เราอาจเคยได้ยินเรื่องราวของ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกกันมาบ้างแล้ว แต่ในรัสเซียเอง ก็เคยมีการจัดอันดับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โดยสื่อต่างๆ ของทางรัสเซีย ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ และมีการประกาศผลกันที่จัตุรัสแดง เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2008 หลายๆ ที่ เป็นสถานที่ที่เรารู้จักผ่านตากันมาบ้าง ในขณะที่บางแห่งก็อาจจะยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก เรามาดูกันดีกว่ามีที่ไหนกันบ้าง


ทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal) 
ทะเลสาบสีฟ้างามล้อมรอบด้วยภูเขา เจ้าของฉายา ดวงตาสีฟ้าแห่งไซบีเรีย คือทะเลสาบที่มีปริมาณน้ำจืดมากที่สุดในโลก ที่ลึกที่สุดในโลก โดยจุดที่ลึกที่สุดอยู่ที่ 1,642 เมตร  ทะเลสาบซึ่งเป็นมรดกโลกนี้ มีน้ำจืดโดยประมาณอยู่ถึง 20% จากน้ำจืดบนผิวโลกทั้งหมด ทะเลสาบเก่าแก่อายุ 25 ล้านปีตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเขตไซบีเรีย เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าและพืชพรรณ 3,000 กว่าสายพันธุ์ ซึ่ง 2 ใน 3 ของจำนวนดังกล่าว ไม่พบที่อื่น


เสาหินมานปูปูเนอร์ (Manpupuner rock formations)
เสาหินขนาดมหึมา 7 ต้น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเทือกเขาอูราล ในเขต ทรอทสโก-เพโชรสกี้(Troitsko – Pechorsky)สาธารณรัฐโคมี่ (Komi Republic) เสาหินเหล่านี้มีความสูงตั้งแต่ 30 เมตรไปจนถึง 42 เมตร โดยคาดว่าเมื่อ 200 ล้านปีก่อน มีภูเขาตั้งอยู่บริเวณนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ภูเขาเหล่านี้ก็ถูกแรงธรรมชาติ ทั้งลม หิมะ ฝน และความร้อน กัดกร่อนจนกลายเป็นเสาหินอย่างที่เห็น   ตามตำนานเล่าว่า เสาหินเหล่านี้เคยเป็นยักษ์มาก่อน และหนึ่งในยักษ์เหล่าเกิดตกหลุมรักหญิงสาวแสนสวยของผู้นำเผ่า เมื่อยักษ์ไปสารภาพรักกับหญิงสาว เธอก็ปฏิเสธแถมยัง เยาเย้ยเจ้ายักษ์อีกด้วย  ยักษ์โมโห และเรียกให้ทั้งพี่น้องทั้งผู้ช่วยมาบุกหมู่บ้านที่หญิงสาวอาศัยอยู่ เมื่อเธอรู้เข้าจึงขอให้พี่ชายคุ้มครอง และด้วยเวทย์มนตร์ของเขา ก็ทำให้ยักษ์เหล่านั้นกลายเป็นหิน  นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลากหลายตำนานเกี่ยวกับบรรดาเสาหินเหล่านี้


หุบเขาไกเซอร์ (Valley of Geysers)
เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ที่คาบสมุทรคัมชาตก้า(Kamchatka) หุบเขานี้เป็นหุบเขาน้ำพุร้อน ด้วยความยาวถึง 6 กิโลเมตร มีน้ำพุร้อนประมาณ 90 แห่ง  ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 19 โดยนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง หลังจากนั้นที่นี่ก็กลายเป็นที่รู้จักไปทั่ว  ในปีค.ศ. 2007 เกิดแผ่นดินถล่มทับน้ำพุไปถึงครึ่งหนึ่ง และเกิดเหตุแบบเดียวอีกครั้งในปีค.ศ 2014 ที่นี่ได้รับความสนใจจากเหล่านักวิทยาศาสตร์และนักท่องเที่ยวอย่างมาก การจะเข้าถึงที่นี่ได้ วิธีที่สะดวกที่สุดคือ การใช้เฮลิคอปเตอร์


มามาเยฟ คูร์กัน (Mamayev Kurgan)
หรือ อนุสาวรีย์ “เสียงแห่งมาตุภูมิเพรียกหา”ตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้กับเมืองโวลโกกราด สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงทหารที่เสียชีวิตที่เมืองนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (สิงหาคม 1942 – กุมภาพันธ์ 1943) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบสองล้านคน อนุเสาวรีย์นี้สร้างเมื่อปีค.ศ. 1967 โดยมีความสูงถึง 85 เมตร หนักกว่า 8,000 ตัน สูงจนถูกบันทึกไว้ว่าเป็นอนุเสาวรีย์ที่สูงที่สุดเป็นอันดับเจ็ดของโลก ตัวอนุเสาวรีย์สร้างจากคอนกรีต ในขณะที่ดาบทำจากเหล็กไร้สนิม


ปีเตอร์ฮอฟ (Peterhof Palace) 
พระราชวังฤดูร้อนสีเหลืองอร่าม นอกเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สร้างขึ้นบนอ่าวฟินแลนด์ตามพระราชโองการของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช (Peter the Great) เมื่อศตวรรษที่ 17
ที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็น “แวร์ซายแห่งรัสเซีย” ด้วยรูปแบบการก่อสร้าง รวมไปถึงสวนสวยเต็มไปด้วยน้ำพุกว่า 150 แห่งแตกต่างจากที่อื่นด้วยน้ำพุที่ไม่ใช้ปั้ม โดยใช้น้ำจากตาน้ำธรรมชาติ กักเก็บไว้ที่สวนตอนบน และใช้หลักการยกระดับเพิ่มแรงดันน้ำน้ำพุแซมซัน มีประติมากรรมแซมซันง้างปากสิงโต สื่อถึงชัยชนะที่มีต่อสวีเดน เป็นเป็นพุที่สามารถพุ่งได้ไกลถึง 20 เมตร


 

มหาวิหารเซนต์บาซิล (Saint Basil’s Cathedral)

มหาวิหารเซนต์บาซิล ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมอสโก ที่จัตุรัสแดง สร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ. 1555 – 1561 เพื่อฉลองชัยชนะเหนือมองโกลของพระเจ้าอีวานผู้โหดเหี้ยม (Ivan the terrible)  มหาวิหารมรดกโลกแห่งนี้มีโดม 8 โดม ล้อมโดมที่ 9 ที่อยู่ตรงกลางและมีการต่อเติมสร้างหอระฆังขึ้นในภายหลัง ว่ากันว่าหลังโบสถ์สีสันสดใสแห่งนี้สร้างเสร็จพระเจ้าอีวานก็ได้สั่งให้ควักลูกตาของสถาปนิกเพื่อไม่ให้ไปสร้างอะไรที่งดงามเช่นนี้ได้อีก  แต่ก็มีอีกตำนานเล่าว่าหนึ่งในทีมสถาปนิกนั้น เป็นผู้สร้างกำแพงเมืองคาซาน (Kazan Kremlin) ในเวลาต่อมา



ภูเขาเอลบรุส (Mount Elbrus)
เอลบรุส ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเทือกเขาคอเคซัส ใกล้กับพรมแดนจอร์เจีย โดยเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในรัสเซียและยุโรป รวมทั้งยังสูงเป็นอันดับที่ 5 ในเจ็ดยอดเขาที่สูงที่สุดในแต่ละทวีป (7 Summits Of The World ด้วยความสูงถึง 5,642 เมตร ส่วนยอดที่อยู่ข้างๆ นั้น เตี้ยกว่าเล็กน้อย ด้วยความสูง 5,621 เมตร เดิมทีภูเขาลูกนี้เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อนแต่ได้สงบลงแล้วและมีหิมะปกคลุมตลอด จึงเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาฤดูหนาวและนักปีนเขา ว่ากันว่าภูเขานี้คือที่จองจำเทพโพรมีธีอุส ( Prometheus) ผู้ขโมยไฟให้กับมวลมนุษย์ ตามตำนานกรีกโบราณ นอกจากนี้ ชาวบ้านท้องถิ่นยังเชื่อด้วยว่าที่นี่เป็นที่อาศัยของเทพโบราณ (Teiri) และชนเผ่าโบราณก็เคยใช้ที่นี่จัดการแข่งขันกีฬาอีกด้วย


และนี่ก็คือ 7 สถานที่ที่ชาวรัสเซียยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศ หากผู้อ่านเคยไปกันมาแล้วก็ขอเชิญมาพูดคุยกับเราได้ที่ @worldexplorer หรือหากท่านใดยังไมาเคยเดินทางไป เราขอเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางของท่าน

วันที่

10-05-2018

หมวดหมู่

,

เรื่องโดย

@we-admin